Welcome to Tech News

Archive 2019

เทคนิคลุยงานให้ฉลุย พร้อมรับมือเริ่มงานอีกครั้งหลังวันหยุดยาว

พร้อมรับมือเริ่มงานอีกครั้งหลังวันหยุดยาว

คุณเคยมีอาการแบบนี้หลังวันหยุดยาวหรือไม่? เครียด วิตกกังวล เบื่ออาหาร ไม่อยากทำงาน … หากคุณเคยมีอาการเหล่านี้ สันนิษฐานได้เลยว่ากำลังเผชิญภาวะหดหู่หลังวันหยุดยาวเข้าเสียแล้ว ซึ่งอาการแบบนี้มักพบบ่อยโดยเฉพาะคนทำงาน แต่หากใครเคยมีอาการแบบนี้อย่าได้กังวลใจ เพราะอาการนี้สามารถหายได้เองโดยใช้เวลาสักระยะ ถึงแม้จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่อาการนี้ก็รบกวนสุขภาพใจและส่งผลต่อสุขภาพกาย ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นก่อนหยุดยาวครั้งหน้าเราควรมาเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับมือให้อาการเกิดขึ้นน้อยที่สุดหรือไม่เกิดขึ้นเลย เพื่อการทำงานหลังวันหยุดยาวครั้งหน้าจะได้ฉลุย สำหรับวันสุดท้ายของช่วงเวลาวันหยุดยาว แนะนำให้เข้านอนแต่หัวค่ำ ควรนอนให้ได้อย่างต่ำ 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้การทำงานในเช้าวันใหม่เต็มไปด้วยความสดชื่น ปรับร่างกายให้พร้อมกับวันทำงานปกติ ไม่อ่อนเพลีย หรือเกิดอาการหงุดหงิด อีกทั้งการพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายมีแรง พร้อมเดินหน้ากับการทำงานในวันถัดไปอย่างเต็มที่นั่นเอง หลังจากที่นอนพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มและตื่นขึ้นมารับบรรยากาศแห่งความสดใสแล้ว ก็ได้เวลาอาหารเช้า โดยอาหารเช้านับเป็นมื้อสำคัญที่ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่วัยทำงานก็ไม่ควรละเลย เพราะการไม่ทานมื้อเช้าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ อาทิ โรคความจำเสื่อม โรคอ้วน เป็นต้น ดังนั้น อย่าลืมเลือกทานมื้อเช้าที่มีประโยชน์ ทานให้ตรงเวลา มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายตนเอง เพียงเท่านี้ก็พร้อมเดินหน้าสู่วันใหม่แล้ว เมื่อร่างกายพร้อมก็ได้เวลาเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน หลังจากไปถึงที่ทำงานแนะนำให้ทักทายคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานแผนกเดียวกันหรือต่างแผนก ยิ้มแย้มแจ่มใส หรือพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อเล็ก ๆ ที่ไม่เครียดมากจนเกินไป ซึ่งการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบกายจะทำให้ร่างกายผ่อนคลาย จิตใจไม่เครียด ภาวะหดหู่หลังวันหยุดยาวที่เกิดขึ้นจะถูกลดความรุนแรงลง อีกทั้งการทักทายอย่างแจ่มใสยังทำให้คุณเป็นที่ชื่นชอบแก่บรรดาเพื่อนร่วมงานอีกด้วย

Read More

3 เหตุผลลงทุนออนไลน์ จะดีกว่า

Working Online

ต้องบอกว่าในตอนนี้ธุรกิจที่น่าจับตาส่วนใหญ่มักจะอยู่ในรูปแบบออนไลน์ที่เราสามารถที่จะพบเจอกันได้ตามอินเทอร์เน็ตโดยทั่วไป แต่ทั้งนี้เนี่ยจะเป็นปัญหาสำหรับบางคนที่ไม่เข้าใจว่าทำไมแล้วธุรกิจออนไลน์จึงมีความน่าสนใจมากกว่าที่คิดหรือจะเรียกได้ว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะหันไปใช้ธุรกิจในรูปแบบนี้รวมถึงหันไปทำธุรกิจในรูปแบบนี้ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจงั้นเราก็ต้องมาลองเรียนรู้กันเลยดีกว่าว่าสามารถทำความเข้าใจกันได้อย่างไรบ้าง 1.ต้นทุนต่ำ             จริงๆแล้วต้องบอกนะว่าสำหรับการเลือกลงทุนกับธุรกิจออนไลน์หรือประเทศพม่าเป็นเหมือนกับการขายของออนไลน์นั้นเราสามารถที่จะใช้ต้นทุนหรือจำนวนเงินทุนที่ต่ำกว่าที่หลายคนคิดเอาไว้ ทั้งนี้จะมีความสะดวกในเรื่องของการเลือกใช้บริการหน้าเว็บไซต์ต่างๆเพื่อที่จะเปิดเป็นพื้นที่สำหรับขายสินค้าโดยส่วนใหญ่มักจะต้องใช้วิธีการพรีออเดอร์ เพื่อที่จะได้จำนวนยอดสั่งแล้วหลังจากนั้นจึงทำการซื้อมาและส่งให้กับลูกค้าซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุนอะไรเลยด้วยซ้ำไป 2.ตลาดใหญ่             แล้วถ้าหากเป็นการทำธุรกิจโดยทั่วไปนั้นส่วนใหญ่แล้วจะต้องอาศัยในเรื่องของการบอกต่อหรือการทำโฆษณาต่างๆเพื่อทำให้เกิดกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาสนใจในตัวสินค้า ต้องบอกเลยว่าถ้าเลือกที่จะทำธุรกิจออนไลน์แน่นอนว่ากลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายนั้นก็จะมีการขยายตลาดมากยิ่งขึ้นโดยทางนี้ถ้าหากว่าธุรกิจนั้นได้รับการยอมรับก็จะทำให้เกิดการขยายธุรกิจไปได้เรื่อยๆ ในส่วนของลูกค้าเองก็จะมีการขยายปริมาณและจำนวนเช่นกัน 3.เวลาที่ยืดหยุ่น             ถ้าหากว่าเราเป็นพนักงานประจำหรือผู้ที่จะต้องทำงานกับบริษัทต่างๆเพื่อเป็นการลงทุนตามจุดต่างๆเหล่านี้ก็อาจจะต้องมีเวลาที่กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนและทำให้เกิดความยืดหยุ่นได้เท่าที่ควร แต่ต้องบอกเลยว่าสำหรับการหันมาทำธุรกิจออนไลน์นั้นเวลาเป็นสิ่งที่ยืดหยุ่นได้ดีมากเพราะยังมีตัวช่วยที่เป็นอินเทอร์เน็ตและระบบปฏิบัติการต่างๆมากมาย             ดังนั้นทั้ง 3 เหตุผลที่กล่าวมาก็สามารถอธิบายได้แล้วว่าเป็นเพราะอะไรเราจึงควรหันมาสนใจในเรื่องของการลงทุนในรูปแบบออนไลน์มากกว่าการมีร้านหรือตลาดเป็นของตัวเอง บางคนนั้นอาจจะไม่ได้ใส่ใจในส่วนนี้มากเท่าที่ควรแต่ต้องบอกไปว่าสำหรับใครที่กำลังตัดสินใจหรือกำลังเลือกว่าจริงๆแล้วจะลงทุนในรูปแบบนี้ดีหรือไม่ลองศึกษาถึงเหตุผลต่างๆเหล่านี้ก็จะทำให้เกิดความคุ้มค่า และสามารถที่จะดูได้ว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากน้อยแค่ไหน