Welcome to Tech News

Archive 2019

สิ่งที่เขาใช้วัดพฤติกรรมในการสัมภาษณ์หาพนักงานใหม่

หาพนักงาน

เชื่อได้เลยว่า น้อยคนมากที่จะทำงานกันสถานที่ หรือบริษัทแห่งเดียวไปตลอดจนเกษียณอายุ ทุกคนก็ตองมองหางานใหม่ ที่คิดว่ามันน่าจะมีความมั่นคง มีรายได้ที่มากกว่าการทำงานปัจจุบัน คนที่ทำงานอยู่ที่เดิมตลอดนั้น แสดงว่าเขาไม่มีความคิดอะไรที่แปลกใหม่เลย แค่ทำงานให้เสร็จเป็นวันต่อวันเท่านั้น แต่คนที่อยากจะมีความก้าวหน้า อยากจะไปให้ไกลมากกว่านั้น เขาจะมองหางานใหม่ๆเสมอ อะไรที่คิดว่ามันจะทำให้ชีวิตดีขึ้น เขาก็จะต้องทำให้ได้ และการที่เราจะไปหาสมัครงานสักที่ในบริษัทที่เขา หาพนักงาน ใหม่นั้น รู้หรือเปล่าว่าเขามีคำถามอะไรที่ใช้วัดเกณฑ์ หรืออาจจะเป็นตัวชี้ขาดในการเลือกเลยว่า จะรับ หรือไม่รับเราเข้าทำงาน คนที่กำลังอยากจะไปสมัครงานที่ใหม่ ควรจะรู้สิ่งเหล่านี้เอาไว้ เพื่อที่เราจะได้ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นเสียก่อน ก่อนที่เราจะไปสมัครงานใหม่ และต้องเจอกับคำถามเหล่านี้ สิ่งที่คนสัมภาษณ์งานมักจะถามในการ หาพนักงาน สักคนนั้น จะมีดังต่อไปนี้ เขาจะถามคุณว่า คุณเคยมีปัญหาในการทำงานกับเพื่อนร่วมงานหรือไม่ คำถามลักษณะนี้จะเป็นตัวบ่งบอกเลยว่า ถ้าเขารับคุณเข้ามาทำงานด้วย จะมีปัญหาต่อเพื่อนร่วมงานที่มีอยู่หรือไม่ หากคุณเป็นคนที่เคยมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานจากที่เก่ามาก่อน จนถึงกับเป็นสาเหตุให้ต้องออกล่ะก็ คงเป็นไปได้ยากที่เขาจะรับคุณเข้าทำงาน สิ่งที่เขาจะถามคุณอีกก็คือ คุณชอบทำงานคนเดียว หรือทำงานเป็นทีม อันนี้เป็นสิ่งที่คนสัมภาษณ์มักจะถามในการ หาพนักงาน ใหม่แทบทุกคนเพราะนั่นหมายถึงว่า เขาสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้หรือไม่ สามารถเข้ากับคนอื่นได้หรือไม่ มีปัญหาในการเข้าสังคมหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ล้วนสำคัญทั้งสิ้น เพราะบริษัท หรือกิจการต่างๆจะก้าวหน้าไปได้ ต้องไปกันเป็นทีม ไม่มีใครที่จะสามารสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ด้วยตัวคนเดียวเอง สิ่งที่เขาจะถามเราอีกก็คือ เราเคยเป็นผู้นำอะไรมาบ้างก่อนหรือเปล่า นี่เป็นสิ่งที่จะถามเพื่อดูว่า

Read More

แอปส่งของให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด

               วิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีได้เปลี่ยนไปมาก ทำให้นำประโยชน์ของเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในชีวิตประจำกันมากขึ้นโดยเฉพาะตามห้างร้านต่างๆ ที่ได้นำแอพพลิเคชั่นเข้ามาใช้งานเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้ได้กำไรมากที่สุด รวมทั้งเพื่อเป็นการบริการต่อผู้รับบริการเพื่อให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนี้มีผู้คนสนใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์กันมาก ทำให้เกิดเป็นแอปส่งของขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแอปส่งของนี้จะขึ้นตรงกับบริษัทที่ให้บริการส่งสินค้า โดยจะถูกผลิตขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าได้ใช้เป็นขั้นตอนการดำเนินงานตั้งแต่แรกเริ่ม คือการลงทะเบียนส่งสินค้า และการขนย้ายสินค้าว่าอยู่ขั้นตอนดำเนินการใด รวมทั้งทำให้ผู้ส่งสินค้าสามารถทราบและตรวจสอบได้ว่าสินค้าที่ได้ทำการส่งไปนั้นถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัยแล้วหรือไม่ ซึ่งนอกจากนี้แล้วแอปส่งของยังให้อะไรมากกว่าที่คุณคิดอีกมากดังจะกล่าวต่อไปนี้คือ ให้ความสะดวกสบาย โดยผู้ใช้เพียงกดใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นก็จะมีเจ้าหน้าที่มารับสินค้าจากหน้าบ้านแล้ว โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปต่อแถวเพื่อรอส่งสินค้ากับทางบริษัทส่งของเลย          ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากกับการทำธุรกิจและการสื่อสารระหว่างลูกค้ากับผู้ประกอบการ ดังนั้นการเลือกใช้แอปส่งของเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้านั้น จะเป็นการเปิดโอกาสให้มีผู้ที่สนใจและเข้ามาใช้บริการการส่งของได้มากและสะดวกมากยิ่งขึ้น ให้การสื่อสารที่ไร้พรมแดน เนื่องจากการใช้แอปส่งของนั้นสามารถใช้ได้ทั่วโลก สำหรับบางบริษัทส่งของจะมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก จึงทำให้การเลือกใช้แอปในการส่งของเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการส่งของไปต่างประเทศบ่อยๆ ให้การตัดสินใจเลือกได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งแอปสำหรับส่งของนั้นจะมีช่องทางการส่งของได้หลากหลายวิธี โดยที่ผู้ใช้บริการนั้นสามารถเลือกช่องทางเหล่านี้ได้ตามความพอใจ ให้เวลา ซึ่งแน่นอนว่าการเลือกใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นส่งของจะทำให้ตัวผู้ใช้บริการนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องไปถึงบริษัทส่งของเอง ทำให้มีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่นได้ ดังนั้นการเลือกใช้บริการแอปส่งของถือว่าเป็นข้อดีและได้เปรียบสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาหรือผู้ที่ไม่สามารถไปส่งสิ่งของนั้นได้ด้วยตนเองเป็นอย่างมาก ซึ่งโดยปกติแล้วแอปสำหรับส่งของนั้นจะมีโปรโมชั่นในการลดราคาหรือเพิ่มปริมาณสินค้าให้กับผู้ใช้บริการได้อีกด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับเวลาของแต่ละแอพพลิเคชั่นว่าจะมีโปรโมชั่นส่วนลดในเวลาหรือเทศกาลใด ซึ่งทำให้ผู้ส่งสินค้านั้นประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลา รวมทั้งได้รับการบริการที่ดีจากบริษัทส่งของเหล่านี้อีกด้วย และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงควรเลือกใช้บริการบริษัทส่งของที่มีแอปส่งของนั่นเอง

เทคนิคลุยงานให้ฉลุย พร้อมรับมือเริ่มงานอีกครั้งหลังวันหยุดยาว

พร้อมรับมือเริ่มงานอีกครั้งหลังวันหยุดยาว

คุณเคยมีอาการแบบนี้หลังวันหยุดยาวหรือไม่? เครียด วิตกกังวล เบื่ออาหาร ไม่อยากทำงาน … หากคุณเคยมีอาการเหล่านี้ สันนิษฐานได้เลยว่ากำลังเผชิญภาวะหดหู่หลังวันหยุดยาวเข้าเสียแล้ว ซึ่งอาการแบบนี้มักพบบ่อยโดยเฉพาะคนทำงาน แต่หากใครเคยมีอาการแบบนี้อย่าได้กังวลใจ เพราะอาการนี้สามารถหายได้เองโดยใช้เวลาสักระยะ ถึงแม้จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่อาการนี้ก็รบกวนสุขภาพใจและส่งผลต่อสุขภาพกาย ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นก่อนหยุดยาวครั้งหน้าเราควรมาเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับมือให้อาการเกิดขึ้นน้อยที่สุดหรือไม่เกิดขึ้นเลย เพื่อการทำงานหลังวันหยุดยาวครั้งหน้าจะได้ฉลุย สำหรับวันสุดท้ายของช่วงเวลาวันหยุดยาว แนะนำให้เข้านอนแต่หัวค่ำ ควรนอนให้ได้อย่างต่ำ 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้การทำงานในเช้าวันใหม่เต็มไปด้วยความสดชื่น ปรับร่างกายให้พร้อมกับวันทำงานปกติ ไม่อ่อนเพลีย หรือเกิดอาการหงุดหงิด อีกทั้งการพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายมีแรง พร้อมเดินหน้ากับการทำงานในวันถัดไปอย่างเต็มที่นั่นเอง หลังจากที่นอนพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มและตื่นขึ้นมารับบรรยากาศแห่งความสดใสแล้ว ก็ได้เวลาอาหารเช้า โดยอาหารเช้านับเป็นมื้อสำคัญที่ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่วัยทำงานก็ไม่ควรละเลย เพราะการไม่ทานมื้อเช้าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ อาทิ โรคความจำเสื่อม โรคอ้วน เป็นต้น ดังนั้น อย่าลืมเลือกทานมื้อเช้าที่มีประโยชน์ ทานให้ตรงเวลา มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายตนเอง เพียงเท่านี้ก็พร้อมเดินหน้าสู่วันใหม่แล้ว เมื่อร่างกายพร้อมก็ได้เวลาเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน หลังจากไปถึงที่ทำงานแนะนำให้ทักทายคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานแผนกเดียวกันหรือต่างแผนก ยิ้มแย้มแจ่มใส หรือพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อเล็ก ๆ ที่ไม่เครียดมากจนเกินไป ซึ่งการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบกายจะทำให้ร่างกายผ่อนคลาย จิตใจไม่เครียด ภาวะหดหู่หลังวันหยุดยาวที่เกิดขึ้นจะถูกลดความรุนแรงลง อีกทั้งการทักทายอย่างแจ่มใสยังทำให้คุณเป็นที่ชื่นชอบแก่บรรดาเพื่อนร่วมงานอีกด้วย

Read More

3 เหตุผลลงทุนออนไลน์ จะดีกว่า

Working Online

ต้องบอกว่าในตอนนี้ธุรกิจที่น่าจับตาส่วนใหญ่มักจะอยู่ในรูปแบบออนไลน์ที่เราสามารถที่จะพบเจอกันได้ตามอินเทอร์เน็ตโดยทั่วไป แต่ทั้งนี้เนี่ยจะเป็นปัญหาสำหรับบางคนที่ไม่เข้าใจว่าทำไมแล้วธุรกิจออนไลน์จึงมีความน่าสนใจมากกว่าที่คิดหรือจะเรียกได้ว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะหันไปใช้ธุรกิจในรูปแบบนี้รวมถึงหันไปทำธุรกิจในรูปแบบนี้ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจงั้นเราก็ต้องมาลองเรียนรู้กันเลยดีกว่าว่าสามารถทำความเข้าใจกันได้อย่างไรบ้าง 1.ต้นทุนต่ำ             จริงๆแล้วต้องบอกนะว่าสำหรับการเลือกลงทุนกับธุรกิจออนไลน์หรือประเทศพม่าเป็นเหมือนกับการขายของออนไลน์นั้นเราสามารถที่จะใช้ต้นทุนหรือจำนวนเงินทุนที่ต่ำกว่าที่หลายคนคิดเอาไว้ ทั้งนี้จะมีความสะดวกในเรื่องของการเลือกใช้บริการหน้าเว็บไซต์ต่างๆเพื่อที่จะเปิดเป็นพื้นที่สำหรับขายสินค้าโดยส่วนใหญ่มักจะต้องใช้วิธีการพรีออเดอร์ เพื่อที่จะได้จำนวนยอดสั่งแล้วหลังจากนั้นจึงทำการซื้อมาและส่งให้กับลูกค้าซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุนอะไรเลยด้วยซ้ำไป 2.ตลาดใหญ่             แล้วถ้าหากเป็นการทำธุรกิจโดยทั่วไปนั้นส่วนใหญ่แล้วจะต้องอาศัยในเรื่องของการบอกต่อหรือการทำโฆษณาต่างๆเพื่อทำให้เกิดกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาสนใจในตัวสินค้า ต้องบอกเลยว่าถ้าเลือกที่จะทำธุรกิจออนไลน์แน่นอนว่ากลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายนั้นก็จะมีการขยายตลาดมากยิ่งขึ้นโดยทางนี้ถ้าหากว่าธุรกิจนั้นได้รับการยอมรับก็จะทำให้เกิดการขยายธุรกิจไปได้เรื่อยๆ ในส่วนของลูกค้าเองก็จะมีการขยายปริมาณและจำนวนเช่นกัน 3.เวลาที่ยืดหยุ่น             ถ้าหากว่าเราเป็นพนักงานประจำหรือผู้ที่จะต้องทำงานกับบริษัทต่างๆเพื่อเป็นการลงทุนตามจุดต่างๆเหล่านี้ก็อาจจะต้องมีเวลาที่กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนและทำให้เกิดความยืดหยุ่นได้เท่าที่ควร แต่ต้องบอกเลยว่าสำหรับการหันมาทำธุรกิจออนไลน์นั้นเวลาเป็นสิ่งที่ยืดหยุ่นได้ดีมากเพราะยังมีตัวช่วยที่เป็นอินเทอร์เน็ตและระบบปฏิบัติการต่างๆมากมาย             ดังนั้นทั้ง 3 เหตุผลที่กล่าวมาก็สามารถอธิบายได้แล้วว่าเป็นเพราะอะไรเราจึงควรหันมาสนใจในเรื่องของการลงทุนในรูปแบบออนไลน์มากกว่าการมีร้านหรือตลาดเป็นของตัวเอง บางคนนั้นอาจจะไม่ได้ใส่ใจในส่วนนี้มากเท่าที่ควรแต่ต้องบอกไปว่าสำหรับใครที่กำลังตัดสินใจหรือกำลังเลือกว่าจริงๆแล้วจะลงทุนในรูปแบบนี้ดีหรือไม่ลองศึกษาถึงเหตุผลต่างๆเหล่านี้ก็จะทำให้เกิดความคุ้มค่า และสามารถที่จะดูได้ว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากน้อยแค่ไหน