Latest Computer, Technology, Internet News Business กำแพงภาษีกับ Forex คืออะไร แล้วส่งผลต่อกันอย่างไรบ้าง ?

กำแพงภาษีกับ Forex คืออะไร แล้วส่งผลต่อกันอย่างไรบ้าง ?


Forex คืออะไร

ปัจจุบันข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องของ “ภาษีระหว่างประเทศ” กำลังเป็นประเด็นร้อนโดยเฉพาะระหว่างอเมริกากับบรรดาประเทศคู่ค้าต่างๆ มากมาย ซึ่งส่งผลต่อราคาหุ้น เศรษฐกิจหรือค่าเงินด้วยเช่นกัน วันนี้เราเลยอยากจะพาทุกๆ ท่านไปพบศึกษาเกี่ยวกับ กำแพงภาษีกับ Forex คืออะไร แล้วส่งผลต่อกันอย่างไรบ้าง จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น…เราไปศึกษาพร้อมๆ กันเลยครับ

กำแพงภาษีคืออะไร ?

“กำแพงภาษี” (Tariff) ในบริบททั่วไป หมายถึง ภาษีที่รัฐบาลเรียกเก็บจากการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ:

  • ปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ: ทำให้สินค้าที่ผลิตในประเทศมีความได้เปรียบด้านราคาเมื่อเทียบกับสินค้านำเข้า
  • เพิ่มรายได้ให้รัฐบาล: เป็นแหล่งรายได้ของรัฐ
  • ตอบโต้ทางการค้า: ใช้เป็นเครื่องมือต่อรองหรือลงโทษทางการค้ากับประเทศอื่น

Forex คืออะไร ?

Forex (Foreign Exchange) คือ ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการซื้อขายสกุลเงินต่างๆ เพื่อเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน

ความเกี่ยวข้องกันระหว่างกำแพงภาษีกับ Forex:

กำแพงภาษีโดยตรง ไม่ได้มีผลกระทบกับการซื้อขายสกุลเงินในตลาด Forex โดยตรง เนื่องจาก Forex เป็นการซื้อขาย “ค่า” ของเงินตราสกุลหนึ่งเทียบกับอีกสกุลเงินหนึ่ง ไม่ใช่การซื้อขายสินค้าที่มีการนำเข้าหรือส่งออก

อย่างไรก็ตาม กำแพงภาษีสามารถส่งผลกระทบทางอ้อมต่อตลาด Forex ได้หลายช่องทาง:

  1. ผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ:
    • ประเทศที่ถูกเก็บภาษี: กำแพงภาษีที่สูงขึ้นอาจทำให้สินค้าส่งออกของประเทศนั้นๆ มีราคาสูงขึ้นในตลาดโลก ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกลดลง รายได้จากการส่งออกน้อยลง ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวม และทำให้อ่อนค่าลง
    • ประเทศที่เก็บภาษี: ในระยะสั้น อาจทำให้อุตสาหกรรมภายในประเทศได้รับการปกป้อง แต่ในระยะยาว อาจส่งผลเสียต่อผู้บริโภคเนื่องจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น และอาจทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลง หากอุตสาหกรรมภายในไม่พัฒนา นอกจากนี้ การตอบโต้ด้วยกำแพงภาษีจากประเทศอื่นก็อาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวม และทำให้ค่าเงินอ่อนค่าลงได้เช่นกัน
  2. ผลกระทบต่อดุลการค้า: กำแพงภาษีมีเป้าหมายเพื่อลดการนำเข้าและเพิ่มการส่งออก (หรืออย่างน้อยรักษาดุลการค้า) การเปลี่ยนแปลงในดุลการค้าสามารถส่งผลกระทบต่อความต้องการสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หากประเทศมีการส่งออกมากขึ้น ความต้องการสกุลเงินของประเทศนั้นก็จะสูงขึ้น (เพื่อใช้ในการซื้อสินค้า) ซึ่งอาจทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น ในทางกลับกัน หากการนำเข้ามากขึ้น ค่าเงินอาจอ่อนค่าลง
  3. ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน: การใช้กำแพงภาษีอาจถูกมองว่าเป็นสัญญาณของความตึงเครียดทางการค้า หรือนโยบายที่ไม่เป็นมิตรต่อการค้าเสรี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในประเทศนั้นๆ ความเชื่อมั่นที่ลดลงอาจนำไปสู่การไหลออกของเงินทุน และทำให้ค่าเงินอ่อนค่าลง
  4. ผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย: กำแพงภาษีอาจทำให้ราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ธนาคารกลางของประเทศอาจตอบสนองต่อภาวะเงินเฟ้อด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น

ตัวอย่าง:

หากสหรัฐอเมริกาขึ้นกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีน อาจส่งผลให้:

  • ค่าเงินหยวน (CNY) อ่อนค่าลง เนื่องจากความต้องการสินค้าจีนลดลง
  • ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) อาจแข็งค่าขึ้น ในระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนอาจมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้รับการปกป้อง (แต่ในระยะยาวอาจไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับการตอบโต้ของจีนและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก)

หากอเมริกาขึ้นภาษีอีก จะส่งผลต่อการเทรด Forex อย่างไร ?

ถ้าอเมริกาขึ้นภาษี โดยเฉพาะภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ จะส่งผลต่อ Forex ได้หลายทาง ขึ้นอยู่กับมุมมองของตลาดและสภาวะเศรษฐกิจ ณ ตอนนั้น ตัวอย่างผลกระทบ 2 ข้อ ดังนี้

1. เงินดอลลาร์ (USD) อาจแข็งค่าขึ้น

  • หากนักลงทุนมองว่าการขึ้นภาษีช่วยลดการนำเข้า กระตุ้นการผลิตในประเทศ และลดการขาดดุลการค้า ก็อาจทำให้เชื่อมั่นในเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า
  • การแข็งค่าของดอลลาร์จะส่งผลต่อคู่สกุลเงินอื่น เช่น EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD เป็นต้น โดยราคาคู่นี้อาจปรับตัว “ลง” เพราะ USD แข็งขึ้น

2. ความไม่แน่นอนในตลาดเพิ่มขึ้น

  • การขึ้นภาษีอาจจุดชนวน “สงครามการค้า” กับประเทศคู่ค้าหลัก เช่น จีนหรือยุโรป ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนในตลาดโลก
  • เมื่อตลาดกังวลมากขึ้น นักลงทุนมักจะหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe haven) เช่น ดอลลาร์สหรัฐ (USD), เยนญี่ปุ่น (JPY) หรือทองคำ (XAU)

และนี้ก็คือเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับ “กำแพงภาษีกับ Forex คืออะไร แล้วส่งผลต่อกันอย่างไรบ้าง?”  ที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันครับ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ที่ดีสำหรับนักลงทุนทุกท่านกันนะครับ