Welcome to Tech News

เทคนิคลุยงานให้ฉลุย พร้อมรับมือเริ่มงานอีกครั้งหลังวันหยุดยาว

พร้อมรับมือเริ่มงานอีกครั้งหลังวันหยุดยาว

คุณเคยมีอาการแบบนี้หลังวันหยุดยาวหรือไม่? เครียด วิตกกังวล เบื่ออาหาร ไม่อยากทำงาน … หากคุณเคยมีอาการเหล่านี้ สันนิษฐานได้เลยว่ากำลังเผชิญภาวะหดหู่หลังวันหยุดยาวเข้าเสียแล้ว ซึ่งอาการแบบนี้มักพบบ่อยโดยเฉพาะคนทำงาน แต่หากใครเคยมีอาการแบบนี้อย่าได้กังวลใจ เพราะอาการนี้สามารถหายได้เองโดยใช้เวลาสักระยะ ถึงแม้จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่อาการนี้ก็รบกวนสุขภาพใจและส่งผลต่อสุขภาพกาย ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นก่อนหยุดยาวครั้งหน้าเราควรมาเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับมือให้อาการเกิดขึ้นน้อยที่สุดหรือไม่เกิดขึ้นเลย เพื่อการทำงานหลังวันหยุดยาวครั้งหน้าจะได้ฉลุย สำหรับวันสุดท้ายของช่วงเวลาวันหยุดยาว แนะนำให้เข้านอนแต่หัวค่ำ ควรนอนให้ได้อย่างต่ำ 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้การทำงานในเช้าวันใหม่เต็มไปด้วยความสดชื่น ปรับร่างกายให้พร้อมกับวันทำงานปกติ ไม่อ่อนเพลีย หรือเกิดอาการหงุดหงิด อีกทั้งการพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายมีแรง พร้อมเดินหน้ากับการทำงานในวันถัดไปอย่างเต็มที่นั่นเอง หลังจากที่นอนพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มและตื่นขึ้นมารับบรรยากาศแห่งความสดใสแล้ว ก็ได้เวลาอาหารเช้า โดยอาหารเช้านับเป็นมื้อสำคัญที่ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่วัยทำงานก็ไม่ควรละเลย เพราะการไม่ทานมื้อเช้าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ อาทิ โรคความจำเสื่อม โรคอ้วน เป็นต้น ดังนั้น อย่าลืมเลือกทานมื้อเช้าที่มีประโยชน์ ทานให้ตรงเวลา มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายตนเอง เพียงเท่านี้ก็พร้อมเดินหน้าสู่วันใหม่แล้ว เมื่อร่างกายพร้อมก็ได้เวลาเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน หลังจากไปถึงที่ทำงานแนะนำให้ทักทายคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานแผนกเดียวกันหรือต่างแผนก ยิ้มแย้มแจ่มใส หรือพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อเล็ก ๆ ที่ไม่เครียดมากจนเกินไป ซึ่งการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบกายจะทำให้ร่างกายผ่อนคลาย จิตใจไม่เครียด ภาวะหดหู่หลังวันหยุดยาวที่เกิดขึ้นจะถูกลดความรุนแรงลง อีกทั้งการทักทายอย่างแจ่มใสยังทำให้คุณเป็นที่ชื่นชอบแก่บรรดาเพื่อนร่วมงานอีกด้วย

Read More

3 เหตุผลลงทุนออนไลน์ จะดีกว่า

Working Online

ต้องบอกว่าในตอนนี้ธุรกิจที่น่าจับตาส่วนใหญ่มักจะอยู่ในรูปแบบออนไลน์ที่เราสามารถที่จะพบเจอกันได้ตามอินเทอร์เน็ตโดยทั่วไป แต่ทั้งนี้เนี่ยจะเป็นปัญหาสำหรับบางคนที่ไม่เข้าใจว่าทำไมแล้วธุรกิจออนไลน์จึงมีความน่าสนใจมากกว่าที่คิดหรือจะเรียกได้ว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะหันไปใช้ธุรกิจในรูปแบบนี้รวมถึงหันไปทำธุรกิจในรูปแบบนี้ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจงั้นเราก็ต้องมาลองเรียนรู้กันเลยดีกว่าว่าสามารถทำความเข้าใจกันได้อย่างไรบ้าง 1.ต้นทุนต่ำ             จริงๆแล้วต้องบอกนะว่าสำหรับการเลือกลงทุนกับธุรกิจออนไลน์หรือประเทศพม่าเป็นเหมือนกับการขายของออนไลน์นั้นเราสามารถที่จะใช้ต้นทุนหรือจำนวนเงินทุนที่ต่ำกว่าที่หลายคนคิดเอาไว้ ทั้งนี้จะมีความสะดวกในเรื่องของการเลือกใช้บริการหน้าเว็บไซต์ต่างๆเพื่อที่จะเปิดเป็นพื้นที่สำหรับขายสินค้าโดยส่วนใหญ่มักจะต้องใช้วิธีการพรีออเดอร์ เพื่อที่จะได้จำนวนยอดสั่งแล้วหลังจากนั้นจึงทำการซื้อมาและส่งให้กับลูกค้าซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุนอะไรเลยด้วยซ้ำไป 2.ตลาดใหญ่             แล้วถ้าหากเป็นการทำธุรกิจโดยทั่วไปนั้นส่วนใหญ่แล้วจะต้องอาศัยในเรื่องของการบอกต่อหรือการทำโฆษณาต่างๆเพื่อทำให้เกิดกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาสนใจในตัวสินค้า ต้องบอกเลยว่าถ้าเลือกที่จะทำธุรกิจออนไลน์แน่นอนว่ากลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายนั้นก็จะมีการขยายตลาดมากยิ่งขึ้นโดยทางนี้ถ้าหากว่าธุรกิจนั้นได้รับการยอมรับก็จะทำให้เกิดการขยายธุรกิจไปได้เรื่อยๆ ในส่วนของลูกค้าเองก็จะมีการขยายปริมาณและจำนวนเช่นกัน 3.เวลาที่ยืดหยุ่น             ถ้าหากว่าเราเป็นพนักงานประจำหรือผู้ที่จะต้องทำงานกับบริษัทต่างๆเพื่อเป็นการลงทุนตามจุดต่างๆเหล่านี้ก็อาจจะต้องมีเวลาที่กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนและทำให้เกิดความยืดหยุ่นได้เท่าที่ควร แต่ต้องบอกเลยว่าสำหรับการหันมาทำธุรกิจออนไลน์นั้นเวลาเป็นสิ่งที่ยืดหยุ่นได้ดีมากเพราะยังมีตัวช่วยที่เป็นอินเทอร์เน็ตและระบบปฏิบัติการต่างๆมากมาย             ดังนั้นทั้ง 3 เหตุผลที่กล่าวมาก็สามารถอธิบายได้แล้วว่าเป็นเพราะอะไรเราจึงควรหันมาสนใจในเรื่องของการลงทุนในรูปแบบออนไลน์มากกว่าการมีร้านหรือตลาดเป็นของตัวเอง บางคนนั้นอาจจะไม่ได้ใส่ใจในส่วนนี้มากเท่าที่ควรแต่ต้องบอกไปว่าสำหรับใครที่กำลังตัดสินใจหรือกำลังเลือกว่าจริงๆแล้วจะลงทุนในรูปแบบนี้ดีหรือไม่ลองศึกษาถึงเหตุผลต่างๆเหล่านี้ก็จะทำให้เกิดความคุ้มค่า และสามารถที่จะดูได้ว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากน้อยแค่ไหน

ช่องทางฟรีโปรโมทสินค้า

ช่องทางฟรีโปรโมทสินค้า

เรื่องของการทำธุรกิจนั้นแน่นอนว่าต้องมีปัจจัยหรือองค์ประกอบหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกันแต่ทั้งนี้ก็ต้องบอกเลยว่าเรื่องของการทำการตลาดก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ บางคนนั้นอาจจะเลือกมองข้ามในส่วนของการทำการตลาดเพราะดูแล้วเป็นส่วนที่ยุ่งยากและมีเรื่องราวมากมายที่จะต้องเรียนรู้แต่ก็ต้องบอกเลยว่าถ้าหากจะตามหาช่องทางสำหรับการทำการตลาดให้ง่ายมากที่สุดนั้นมาดูกันเลยดีกว่าว่ามีช่องทางไหนบ้างที่สามารถช่วยได้ และเป็นช่องทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด 1.Facebook             ถ้าหากจะพูดถึงในเรื่องของช่องทางสำหรับการทำการตลาดแน่นอนว่าสิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือ Facebook เนื่องจากว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีแหล่งพื้นที่เปิดกว้างทำให้มีคนหลากหลายประเภทสามารถมาเจอกันได้ง่ายๆ ที่สำคัญนั้นก็ยังเป็นผลดีต่อการทำธุรกิจเนื่องจากว่าเป็นการขยายตลาดหรือจะเรียกได้ว่าเป็นการขยายกลุ่มเป้าหมายให้หันมาสนใจในส่วนของตัวสินค้าได้ง่ายมากยิ่งขึ้นและที่สำคัญนั้นเราไม่จำเป็นที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโพสต์หรือการทำโฆษณาเลยทีเดียว 2.Instagram             และแน่นอนว่าจะไม่พูดถึง Aplication นี้เป็นไปไม่ได้เพราะอินสตาแกรมนั้นก็เป็นเหมือนกับคลังรูปภาพที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเห็นสินค้าของเราได้มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญต้องบอกเลยว่าการเปิด instagram ไว้สำหรับการเป็นช่องทางในการทำการตลาดนั้นในส่วนนี้เราเองก็สามารถที่จะเรียกกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายได้แต่อาจจะต้องมีการดูแลในส่วนของรูปภาพพอสมควร เพราะส่วนใหญ่แล้วจะเน้นในเรื่องของรูปภาพเป็นหลัก 3.Line             อย่างสุดท้ายที่บอกเลยว่าเป็นช่องทางที่บางคนอาจจะคาดไม่ถึงแต่ทั้งนี้การใช้ Line เป็นตัวช่วยก็สามารถที่จะสร้างความโดดเด่นให้กับตัวสินค้าได้เช่นเดียวกัน การทำการตลาดผ่านทางช่องทาง LINE นั้นก็จะเป็นเหมือนกับการเข้าถึงตัวผู้บริโภคได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญนั้นทำให้ตัวสินค้านั้นใกล้ชิดกับผู้บริโภคจึงสามารถที่จะรับรู้ได้ว่าในส่วนของความรู้สึกหรือความต้องการของผู้บริโภคนั้นเป็นอย่างไร และทำให้เราเองก็สามารถที่จะนำมาปรับปรุงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น             เพราะฉะนั้น 3 ช่องทางนี้ถือว่าเป็นช่องทางฟรีที่จะทำให้เราได้เรียนรู้จากการโฆษณา คนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องยากที่เราจะฝึกใช้โปรแกรมหรือสิ่งเหล่านี้แต่ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเนื่องจากแต่ละระบบนั้นก็จะมีตัวช่วยที่จะทำให้เราเกิดความเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น ยิ่งถ้าหากว่าได้มีการเรียนรู้มากยิ่งขึ้นนั้นก็จะทำให้เราสามารถใช้งานเป็นได้อย่างรวดเร็วและเป็นประสิทธิภาพที่ดีต่อการทำธุรกิจอีกด้วย

แต่งเว็บไซต์ยังไงให้น่าสนใจ

Web Design

ในตอนนี้ไม่ว่าใครก็สามารถที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจออนไลน์กันได้มากพอสมควรแต่ก็ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะสามารถทำเว็บให้น่าสนใจ เพราะฉะนั้นแล้วเพื่อเป็นการทำเว็บไซต์สำหรับการทำธุรกิจหรือการทำร้านขายของในรูปแบบออนไลน์ของเรานั้นให้น่าสนใจและตอบโจทย์กับผู้ใช้งานเราเองก็มีเรื่องที่ควรจะต้องเรียนรู้มากมาย ดังนั้นเรามาลองทำความเข้าใจกันดูว่าในส่วนนี้มีอะไรบ้างที่เราสามารถเอามาเพิ่มและปรับปรุงรวมถึงตกแต่งเพื่อทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นดูมีความน่าสนใจในการทำธุรกิจมากยิ่งขึ้น 1.รูปลักษณ์             สำหรับรูปแบบแรกที่เราเองสามารถที่จะนำมาใช้ในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดูแล้วน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ก็คือเรื่องของรูปลักษณ์ที่เราสามารถมองเห็นกันได้แบบผ่านตาแต่ก็สามารถจดจำได้ในครั้งเดียว โดยในเรื่องของลูกรักที่ว่านั้นก็หมายถึงเรื่องของการจัดวางไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในส่วนต่างๆหรืออาจจะเกี่ยวข้องกับการวางไอคอนที่มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวสินค้าในส่วนนี้ก็ถือว่าควรที่จะต้องมีการได้เห็นตัวอย่างจากหลายๆที่ก่อน 2.สี             และทำให้พูดถึงสีเป็นไปไม่ได้บางคนอาจจะมองว่าเรื่องของสีนั้นไม่ได้น่าสนใจ แต่สีก็เป็นเหมือนกับอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นมีความโดดเด่นแล้วต้องบอกเลยว่าสำหรับรูปแบบของสีนั้นจะมีอยู่หลากหลายแต่ทางที่ดีควรเลือกสีที่เป็นเอกลักษณ์ประจำร้านค้าของเราและที่สำคัญนั้นก็ควรที่จะเป็นสีที่ให้อารมณ์ไปในทิศทางเดียวกันด้วย 3.รูปภาพ             การมองข้ามเรื่องของรูปภาพถือว่าเป็นสิ่งที่ผิด ในความเป็นจริงแล้วการเข้าสู่เว็บไซต์เพื่อทำการเรียนรู้และทำความเข้าใจกับเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นทั้งตัวสินค้าเองหรือตัวแบรนด์เองก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ ถ้าหากจะมีเพียงแค่ตัวอักษรคงจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดี การมีรูปภาพก็จะทำให้ผู้บริโภคหรือผู้ที่เข้ามาซื้อสินค้านั้นสามารถที่จะทำความเข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจได้จากรูปภาพ             เพราะฉะนั้นแล้วทั้ง 3 ส่วนที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียวที่จะทำให้เกิดความเข้าใจในเรื่องของการทำเว็บไซต์สำหรับร้านค้าออนไลน์ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าหากว่าใครเป็นคนที่ออกแบบหรือออกไอเดียไม่เก่งลองไปศึกษาจากตัวอย่างหลายๆเว็บไซต์ดูก็จะทำให้เรานั้นได้ไอเดียมาแต่แนะนำว่าไม่ควรที่จะคัดลอกมาทั้งหมดควรที่จะใส่ความเป็นตัวเองลงไปเพื่อเป็นการชูจุดเด่นให้กับเว็บไซต์ได้อย่างชัดเจนนั่นเอง